ทำอย่างไรจะเป็นจป.มืออาชีพ..? ตอนที่ 3

เผยแพร่เมื่อ: 13/01/2564....,
เขียนโดย คุณรุจน์ เฉลยไตร  
CEO บริษัท เพอร์เฟคเซฟตี้เทรนนิ่งแอนด์คอนซัลติ้ง จำกัด
รองประธานชมรมจป.พระนคร

เรื่อง ทำอย่างไรจะเป็นจป.มืออาชีพ..? ตอนที่ 3

          จากความเดิมผมได้กล่าวไว้ว่าในการดำเนินการสิ่งใดจะต้องเข้าในถึงหลักการในงานนั้นๆอย่างถ่องแท้ หรือที่เราเรียกมันว่า “หัวใจ” อย่างเช่นการเรียน หัวใจก็คือ สุ จิ ปุ ริ อย่างที่เราๆทราบกันดีอยู่แล้ว ส่วนการทำงานด้าน จป.ผมก็คิดของผมเองคือ “3 ส. 1น.” ได้แก่ “สอดรู้ เสนอตัว เสนอแนะ และนำเสนอ” และ ตอนที่ 2 ผม ได้กล่าวถึง ส. ตัวแรกไปแล้วคือ “สอดรู้” มาEP นี้ผมจะขอกล่าวถึง ส.ตัวที่ 2 ต่อมาคือ “เสนอตัว” หรือถ้าจะพูดกันหยาบๆและเข้าใจง่ายๆก็คือ“ เสนอหน้า” นั่นเองแหละครับ งั้นเรามาเริ่มกันเลยครับ

          “พี่เอ้ ! คุณชัยพรมาและถามหาพี่” เจ้าปุ้ย ตะโกนลั่นสำนักงานสนามของโครงการก่อสร้างอาคารสูง แห่งหนึ่งในกรุงเทพ ของเช้าวันจันทร์ (ผมจำได้ดีเพราะว่าแม่ค้าที่ขายของหน้าโครงการก่อสร้างของผมหยุด ตามนโยบายของกทม. ที่ออกกฎมาให้แม่ค้าที่ขายของบนฟุตบาท หยุดขายของวันจันทร์ เพื่อทำความสะอาด ทำให้ผมยังไม่ได้กินข้าวเช้าในวันนั้น)

          “บอกเขาว่าพี่ไม่อยู่ ! เบื่อนายคนนี้มากเลยวะ ไม่สนใจเรื่องงาน SAFETY เลย เอาแต่งานก่อสร้างอย่างเดียว” ว่าแล้วก็เก็บของและเดินออกประตูหลังไปอย่างรวดเร็ว

          “เอ้ อยู่ไหม? พาผมไปชั้น 15 หน่อย โฟร์แมนแจ้งมาว่าเหล็กที่ซื้อมามันไม่ตรงกับใบสั่งซื้อ.. ผมไปไม่ถูก” คุณชัยพร ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าของบริษัทและเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแผนก SAFETY เพราะท่านมักมีปัญหามากตอนสั่งซื้ออุปกรณ์ PPE ซึ่งท่านมองว่า มันสิ้นเปลื้อง และปกติท่านไม่ค่อยออกไปดูหน้างาน เพราะท่านอยู่แผนกบัญชี.. พูดด้วยเสียงค่อนข้างดังจนหลายคนเข้าใจว่าเป็นเสียงตะโกน

          “พี่เอ้ ..ไม่อยู่ครับพี่ชัยพร ให้ผมพาไปได้ไหมครับพี่” เจ้าปุ้ย พูดด้วยเสียงปกติ ซึ่งสร้างความงุนงง ให้กับทุกคนในแผนก SAFEY รวมกระทั้งกับผมด้วย เพราะปกติแล้วไม่ค่อยมีใครอยากยุ่งกับคุณชัยพรมากนัก เพราะแก่ชอบถามโน่นถามนี่ ตามสไตล์ เจ้าของเงินและชอบถามผมในที่ประชุมว่าวันๆหนึ่งพวกเราทำอะไรบ้างไม่เห็นมีผลงานเลย แต่คุณประกอบที่เป็นคุณพ่อของคุณชัยพรและเข้าใจงาน SAFETY ห้ามทัพไว้บ่อยๆ

          “ปุ้ย ! งานยังไม่เสร็จไม่ใช่รึ? เจ้าของงานเขาจะเอาพรุ่งนี้ไม่ใช้รึ” ผมแสร้งพูดด้วยเสียงดังๆเพื่อเป็นการดักคอ คุณชัยพร และออกตัวให้เจ้าปุ้ย ในฐานะหัวหน้าของมันและคิดว่าที่มันพูดกับคุณชัยพรเมื่อกี้เป็นการพูดตามมารยาท

          “ไม่เป็นไรครับพี่ เดี๋ยววันนี้ผมกลับบ้านเย็นหน่อยครับ” เจ้าปุ้ยตอบด้วยเสียงธรรมดา พร้อมทั้งหยิบหมวก SAFETY มาสวมเดินนำหน้าคุณชัยพรไป สร้างความงุนงงให้กับพวกเราอีกครั้ง...

******* เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้เพราะไม่ได้จดจำ*******

          “คุณรุจน์.. อุปกรณ์PPE  ของคนงานที่แผนก SAFETY สั่งซื้อไว้ผมเซ็นอนุมัติหมดแล้วนะและผมให้เงินพิเศษแผนกSAFETY หนึ่งหมื่นบาท เอาไปเลี้ยงลูกน้องในแผนกคุณเป็นรางวัลที่ตั้งแต่เริ่มงานมาไม่เคยมีอุบัติเหตุเลย” คุณชัยพร พูดในที่ประชุมวันหนึ่ง ต่อหน้าระดับหัวหน้างานประมาณ 20 คนซึ่งผมงง มาก แต่..ก็มั่นใจว่าเกิดจากที่เจ้าปุ้ย แน่นอน

          “ปุ้ย !เอ็งเอายาอะไรคุณชัยพรกินวะ” ผมถามเจ้าปุ้ย ทันทีหลังออกห้องประชุมมา

          “เปล่าครับพี่..ผมก็ใช้หลักการทำงานของพี่ ที่พี่เคยสอนผมนะแหละ...วันนั้นระหว่างที่เดินไปชั้น 15 กับคุณชัยพร เขาถามผมว่า พวกเราทำอะไรกันบ้าง..ผมเลยอธิบายยาวเลยว่า..งานด้านความปลอดภัยมันไม่เหมือนกับงานด้านการผลิตที่เห็นผลงานทันทีทันใด..แต่ผลงานของแผนกSAFETY คือไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในบริษัท” เจ้าปุ้ยอธิบายไปพร้อมทั้งยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มช้าๆแล้วเล่าต่อ

          “แล้วแก ก็ถามผมต่ออีกนะพี่ว่า.. แล้วใช้หลักอะไร ในการป้องกันอุบัติเหตุระหว่างทำงาน..ผมเลยบอกไปว่าพวกเราประเมินความเสี่ยงแบบ JSA (Job Safety Analysis) แล้วผมก็อธิบายว่ามันตาราง 3 ช่อง คือ 1.ช่องที่หนึ่งเขียนขั้นตอนการทำงาน  2.ช่องที่สองค้นหาอันตรายที่อาจเกิด และ 3.ช่องที่สามหาทางป้องกัน  ผมอธิบายแค่นี้พอดีเดินถึงชั้น15 พอดีครับเลยไม่ได้อธิบายต่อ” เจ้าปุ้ย ดื่มกาแฟหมดถ้วยพอดี ท่าทางเสียดายที่ไม่ได้เล่าต่อในฐานะผู้รู้

          “อ้าว!ทำไม?ไม่อธิบายต่อตอนเดินลงล่ะ”  ผมถามด้วยความสงสัยจริงๆ

          “ตอนกลับลงลิฟต์ครับพี่” เจ้าปุ้ยตอบแบบมีเลศนัย และหัวเราะมาดังๆ

          “ถ้ากูเป็นคุณชัยพร กูไล่มึงออกไปแล้ว..ไอ้ปุ้ย.. มีลิฟต์เลือกไม่พาขึ้นลิฟต์ ดันพาเดินขึ้น 15 ชั้น” ผมพูดพร้อมทั้งตบไปที่โต๊ะและหัวเราะดังๆ

          “พี่จำได้ไหมพี่เคยสอนผมว่า.. งานเราต้องกล้าคุยกับนาย.. “ถ้านายมาด้านหน้า หนีไปด้านหลัง..นายมาด้านหลังไปด้านหน้า..ควรไปประกอบอาชีพอื่นเถอะ”ทำงานด้านนี้มันต้องเสนอหน้า กล้าบอกนายว่า ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น คืองานของเรา” เจ้าปุ้ยระลึกถึงวันแรกที่ผมรับมันเข้าทำงานเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ผมรู้สึกปลื้มใจลึกๆ

          “พี่รุจน์ !! แต่ผมก็ยังเป็นทำแบบพี่ไม่ได้นะ.. ที่นายมาแล้วพี่เอาน้ำมาพรมใส่ตัว ให้ดูเหมือนเหงื่อ แล้วเข้าไปหานายนะครับ 5555” มันพูดพร้อมทั้งรีบวิ่งหนี ทันที..

          “ไอ้ปุ้ย..มาให้กูเตะ ซะดีๆๆ กูอุตส่าห์แอบทำแล้ว มึงยังเห็นอีกรึวะ 5555”

          ​ก็จบไปแล้วสำหรับประสบการณ์ที่ผมนำมาเล่าให้ทุกๆท่านได้ฟังกันเพื่อนๆพี่ๆน้องๆสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานของท่านได้นะครับหวังว่าจะเป้นส่วนช่วยในการทำงานของทุกๆท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย

          ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ แล้วเจอกันในEP ถัดไปครับ

 

Visitors: 126,243