ทำอย่างไรจะเป็นจป.มืออาชีพ..? ตอนที่ 4

เผยแพร่เมื่อ: 13/02/2564....,
เขียนโดย คุณรุจน์ เฉลยไตร  
CEO บริษัท เพอร์เฟคเซฟตี้เทรนนิ่งแอนด์คอนซัลติ้ง จำกัด
รองประธานชมรมจป.พระนคร

เรื่อง ทำอย่างไรจะเป็นจป.มืออาชีพ..? ตอนที่ 4

             ผ่านไปแล้ว 3 ตอน เกี่ยวกับหัวใจของการทำงานด้าน จป.ให้เป็นมืออาชีพ โดยใช้หลักแนวคิดของผมเองคือ “3 ส. 1น.” ได้แก่ “สอดรู้ เสนอตัว เสนอแนะ และนำเสนอ” และ ผมก็ได้เล่าเรื่องถึงทั้ง3ส.พร้อมทั้งมีเหตุการณ์จริงเล่าประกอบฉากไปหมดแล้วและก็ท่านก็สามารถนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านอื่นๆได้ด้วย มาEP นี้ เป็นEP4 จะกล่าวถึง “1น” ก็คือ “นำเสนอ” ครับเหตุเกิดขึ้นที่โครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่โครงการหนึ่งในกรุงเทพ ซึ่งตอนนั้นเพิ่งเข้าสู่วงการจป.

             “เบื่อวะทำงานเกือบตายแต่นายไม่เป็นคุณค่า พูดอะไรไปนายก็ไม่ฟัง” พี่แอะจป.รุ่นพี่พวกเรา หลายปีและอยู่บริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่นี้มาหลายปีแต่ตำแหน่งแก ก็เป็นแค่จป.ธรรมดาคนหนึ่งและเงินเดือนก็ขึ้นน้อยกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันทุกปี

             “จริงวะพี่ ทำผมก็เห็นว่าพี่ทำงานโคตรทุ่มเทเลย  ลาออกดีกว่าครับพี่” ผมก็เห็นจริงอย่างที่พี่แอะพูดเพราะแก มาทำงานแต่เช้า กลับก็ทีหลังเขาทุกวัน เงินค่าล่วงเวลาก็ไม่เอา  ก็เลยคิดว่า ลาออกไปอยู่ที่อื่นก็น่าจะรุ่งกว่านี้

 

             “พี่เปลี่ยนมา 7 บริษัทแล้ว บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ 8 แล้ว วะ!! เจ้านายทุกที่เหมือนกันหมด  พี่พูดอะไร เสนออะไร ไม่เคยเชื่อเลยทุกที่” แกพูดด้วยอารมณ์แบบหงุดหงิดกับกับอดีตหัวหน้าที่พี่เขาทำงานด้วย ซึ่งก็ทำให้ผมในฐานะน้องใหม่ในวงการก็เป็นพร้องต้องใจไปกับอารมณ์ของพี่เขาด้วย

 

             “ทำแบบนี้มันไม่ปลอดภัยและไฟอาจไหม้ได้นะครับผู้จัดการ” พี่แอะ พูดด้วยเสียงดังฟังชัดขณะประชุมกรณีเร่งด่วนเนื่องจากงานล่าช้าซึ่งทุกฝ่ายต้องเข้ามาประชุมร่วมกัน

 

             “แล้วคุณจะให้ผมทำอย่างไร ในเมื่อเราจำเป็นต้องขึ้นไปเชื่อมงานบนหลังคาและด้านล่างเป็นกองไม้ขนาดใหญ่ และงานก็ต้องเสร็จพรุ่งนี้แล้ว” คุณปิยะ ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างถาม

 

             “ไม่ใช้หน้าที่ ที่ผมต้องทำนะครับ ฝ่ายก่อสร้างต้องทำแผนมาเสนอผมก่อน” พี่แอะพูดด้วยดังฟังชัดด้วยสีหน้าจริงจัง และผมก็คิดว่าถูกต้องนะครับถ้า..เป็นสถานการณ์ปกติโดยทั่วไป แต่...สถานการณ์แบบนี้ผมว่าน่าจะมีวิธีการที่มันน่ากว่านี้..แต่ผมยังคิดไม่ออกในขณะนั้น

 

             “งั้นผมหยุดงานก่อน และจะทำแผนมาเสนอ จป.แอะก่อนก็ได้..แต่คุณต้องตอบคำถามคุณชัยพรเองนะครับ” คุณปิยะกำลังอ้างถึงคุณชัยพร ที่เป็นผู้จัดการโครงการและมีอำนาจสูงสุดในโครงการนี้

 

             “ได้ครับ” พี่แอะแก่ตอบด้วยความมั่นใจก่อนเลิกประชุม

 

             “เป็นไงน้อง..พี่สุดยอดไหม” พี่แอะ ถามพวกเราขณะเดินกลับแผนก ด้วยหน้าตาที่สดชื่น

 

             “…….” ทุกคนเงียบ..เพราะทำนายได้ว่าน่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันใกล้นี้สำหรับการชีวิตพี่แอะ!! ที่ห้ามเขาทำงาน ทั้งๆที่มันน่าจะมีทางออกร่วมกันได้ในสถานการณ์แบบนี้..และผมก็เริ่มรู้แล้วว่า ทำไมพี่แอะทำงานไม่ค่อยรุ่ง..

 

             “เซ็งวะ” พี่แอะตะโกนเสียงดัง พร้อมทั้งโยนหนังสือลงโต๊ะอย่างแรง

 

             “ใครทำไรให้เอ็งไม่สบายใจ” พี่แม็กถามด้วยเสียงธรรมดาๆ:ซึ่งพี่แม็กจป.รุ่นราวคราวเดียวกันกับพี่แอะแต่นายค่อนข้างรักและเชื่อเมื่อพี่แม็กเสนอความคิดในแต่ละครั้ง

 

             “คุณชัยพร นะสิ..เรียกกูไปด่าเป็นชั่วโมง หาว่ากูสั่งหยุดงานเรื่องเมื่อวาน” พี่แอะแก่บ่นด้วยอารมณ์หงุดหงิดเต็มที่

 

             “ทำไมพี่ไม่สวน เขาบ้างล่ะ” ผมถามพี่แอะ ด้วยอารมณ์โมโหตามพี่แอะ

 

             “สวนก็โดนไล่ออกสิวะ” แก่ตอบด้วยน้ำเสียงอันดัง

 

             “แล้วพี่จะบ่นทำไมวะ” อันนี้ผมคิดในใจ...

 

*** ถึงตอนนี้ผมเริ่มชัดเจนว่า ทำไมพี่แอะมีปัญหากับนายบ่อยๆ ***

             เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ณ.โครงการเดิมในเช้าวันจันทร์

 

             “นายช่างครับ..ยกแบบนี้อันตรายนะครับ..หยุดงานก่อนครับ” พี่แอะสั่งหยุดงานอีกแล้ว หลังจากที่เห็นวิศวกร สั่งให้รถเครนยกเหล็กขนาดใหญ่ข้ามสำนักงานสนามที่มีพนักงานอยู่

 

             “แล้วจป.จะให้ผมทำอย่างไร ในเมื่อมันจำเป็นต้องยกนะครับ” วิศวกรเพิ่งจบใหม่ตอบพี่แอะด้วยท่าทางซื่อๆ

 

             “ไม่รู้ !!คุณเป็นวิศวกร ต้องคิดเอง ผมไม่เกี่ยว” พี่แอะ ตอบแบบห้วนๆตามสไตล์ โหดแบบฉบับจป.รุ่นเก๋า

 

             “งั้นผมคงต้องปรึกษาคุณชัยพรนะครับ” วิศวกรตอบด้วยเสียงเบาๆ แต่พนักงานที่อยู่บริเวณนั้นก็ได้ยินกันอย่างชัดเจน

 

             “ใจเย็นๆครับ นายช่าง.. เราไปปรึกษากันในห้องก่อนดีกว่าครับ” เจ้าโต้ง จป.เพื่อนสนิทของผม รีบพูดขึ้นมาทันที..เพราะรู้ชะตากรรมของพี่แอะว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าคุณชัยพรรู้ว่า พี่แอะสั่งหยุดงานอีกแล้ว

 

             “นายช่างหลักการป้องกันอุบัติเหตุในการทำงานหลักๆมี 3 อย่างด้วยกันคือ ป้องกันที่แหล่ง ป้องกันที่ทางผ่าน และป้องกันโดยใช้ PPEและก็ประเมินความเสี่ยงด้วยว่าจุดไหนเสี่ยงก็ป้องกันจุดนั้น” เจ้าโต้งเปิดเจรจาทันทีหลังจากที่ทุกคนเข้ามาให้ห้องประชุมสำนักงานที่จะยกข้าม

 

             “ในกรณีนี้จุดเสี่ยงที่สุดก็คือ ของตกมาใส่สำนักงานที่ ช่างอยู่ แก้ไขโดยให้คนออกไปอยู่ด้านนอกก่อนระหว่างยก และก็เพิ่มลวดสลิงที่ใช้ยกให้มีความโตกว่าปกติและตรวจสอบสลิงก่อนใช้งาน” เจ้าโต้งพูดเรื่องยากๆเมื่อกี้ กลับเป็นดูง่ายๆในทันที

 

             “ขอขอบคุณมากครับจป.โต้ง ผมจะดำเนินการทันทีเลย” วิศวกรหนุ่มเดินออกจากห้องไปดำเนินการทันทีและก็ดำเนินสำเร็จในเวลาต่อมา

 

             “พี่แอะ..เมื่อกี้ถ้าคุณชัยพรรู้ว่าพี่สั่งหยุดงานอีก ผมว่างานสุรินทร์วะ” เจ้าโต้งพูดเอาบุญคุณกับพี่แอะ..แต่พี่แอะ แกไม่ตอบและเดินจากไป

 

             “งานสุรินทร์คืออะไรวะ” ผมถามเจ้าโต้งด้วยความสงสัย เกิดมาเพิ่งได้ยินว่า งานสุรินทร์

 

             “งานช้าง ไงพี่รุจน์” แล้วมันก็เดินจากไป

 

             ผมคิดในใจคนเดียวว่า ที่พี่แอะแกไม่ตอบอะไรกับเจ้าโต้ง.. ผมเขาว่าไม่เข้าใจมุขของเจ้าโต้งแน่นอน..ก็เสมือนกับการทำงานทุกประเภทนั่นแหละคนบางคนอาจจะไม่เข้าใจในเรื่องบางเรื่องที่เราสื่อสาร.. เราก็คิดว่าเขาน่าจะเข้าใจอย่างที่เราเข้าใจ..แต่จริงๆแล้วมันอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอเพราะคนเรามีพื้นฐานภูมิหลังที่แตกต่างกัน..ดังนั้น “น” ของผมก็คือ “แนะนำ” นั้นเอง และก็ต้องแนะนำอย่างจริงใจด้วยนะครับ

             หลายปีผ่านไป..ท่านผู้อ่านคงทำนายชีวิต พี่แอะ ได้ใช้ไหมว่าเป็นอย่างไร..ผมไม่มีคำเฉลยครับ..เพราะผมไม่เคยเจอเขาอีกเลย..5555

 

      

Visitors: 135,641